2007/Feb/13

รถมุมแหลม

พักนี้ผมเป็นอะไรไม่รู้ รู้สึกมีคำถามตลอดเวลา หงุดหงิดสงสัยฮอร์โมนในร่างกาย กำลังเปลี่ยน จากเด็กวัยรุ่น เข้าสู่ผู้ใหญ่วัยทำงาน ที่ต้องรับผิดชอบอะไรมากขึ้น หรือว่าติดตามข่าวสารบ้านเมืองมากเกินไป ก็ไม่รู้ และออกอาการมึนๆ

ดีแต่ว่าได้เครื่องเล่น MP3 ที่แฟนให้ไว้เป็นเพื่อนแก้เบื่อเวลาขับรถนานๆ เบื่อๆ รถติดก็เปิดฟัง ...ลืมบอก ! รถผมไม่มีวิทยุ ไม่มีเครื่องเล่นซีดี หรือเครื่องเสียงใดๆติดรถ เหตุผลคือ 1.ไม่มีตังค์ติด 2.ติดแล้วกลัวโดนทุบรถ เพราะผมชอบรถกระจกใสๆ..

ต้นเดือน กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ผมมาช่วยงานเพื่อนรุ่นพี่ที่กรุงเทพ ฯ ก็เลยต้องหงุดหงิด กับการจราจร เหมือนเดิม ทั้งช่วงเช้า ช่วงเย็น

เย็นวันศุกร์ คนทำงานบางคน อาจบอกว่า มันหมายถึง วันเสาร์น้อยๆ คนทำงานมักใช้เย็นวันศุกร์ในการนัดแนะ เพื่อนฝูงหรืออะไรก็ตามที หากวันเสาร์เป็นวันหยุด ...ไม่เว้นแม้นกระทั้งผมเอง ..ที่นัดเด็กๆเอาไว้ไปทานอาหารทะเลกันตอนค่ำๆ

ขับมาเรื่อยๆ ติดมาเรื่อยๆเหมือนกัน ติดจนเป็นธรรมชาติ จนมาถึงสามแยกในซอยแห่งนึง อย่านึกว่าเป็น ซอย แล้วถนนจะแคบนะครับ ...กรุณานึกภาพถนนสี่เลนแบบไม่มีเกาะกลางถนน มีแต่เกาะ(อก) อยู่ในรถ กลางถนน..แหะๆ นอกเรื่องวุ๊ยส์

ด้วยความที่ใกล้ถึงที่หมาย ผมเองก็ใจเย็น พอมาถึงสามแยกซ้าย ซึ่งผมเองต้องตรงไป ...แต่..ก็ชะลอให้รถทางตรงเค้าเลี้ยวขวาไปก่อน ใจคิดว่าคงแปปเดียว...

ปี้นๆๆๆๆ เสียงแตรจากรถคันข้างหลัง กระตุ้นความรู้สึกให้ผมพาคู่ใจคืบคลานทำระยะไปด้านหน้าอีกครั้ง ขณะเดียวกัน หญิงสาว หน้าตาสวยใส ก็ไสเจ้า Cefiro สีทองขนาบมาทางขวา...ทางซ้าย เป็นคุณพี่ แท็กซี่ มีหนวด ขึ้นมาตีขนาบ....ลองนึกภาพตามนะครับ ถนน2เลน มีรถเรียงหน้ากระดาน 3 คัน..ถนนข้างหน้า มีรถจอดด้านซ้าย เหลือเลนวิ่ง แค่เพียง 1

ถ้าคนเราแบ่งวรรณะคนจาก รถที่ใช้ 3คันหน้ากระดาน คันกลางของผม คงเป็นได้แค่ ไพร่ ...ถ้าแบ่งจากสีสัน ความสะอาดสดใส ของตัวรถ ผมก็คงอยู่ไม่สูงไปกว่า จัณฑาล

สมองผมแอบนึกถึงประโยคในหนังโฆษณา.. ยางรถยนต์มั้ง ไม่แน่ใจ ที่บอกประมาณว่า สัญชาติญาณนักแข่ง มีอยู่ในตัวของคนทุกคน ต่างคนต่าง กระดึ๊บ ๆ ให้เหลื่อมๆกัน ..รถที่สวนมามันก้อไม่หยุด ยังเลี้ยวขวาต่อเนื่อง

ผมสงสัยว่า คนที่สวนมา เพื่อเลี้ยวขวา ทำไม่ไม่หยุดให้ทางผมไปบ้าง ....เลี้ยวจน...รถที่มาจากแยกทางซ้าย ที่เค้าจะเลี้ยวซ้าย ต้องหยุดรอ เลี้ยวซ้ายไม่ได้ เพราะจะชนกับพี่ ..ก้อพวกพี่เลี้ยวขวา จนเป็นมุมแหลมแล้ว...อาไรวะเนี่ย !!!!!

กว่าที่ผมจะคิดอะไรมากกว่านี้ ที่ชวนให้โมโหมากกว่านั้น .. ฉับพลัน..พี่แท๊กซีมีหนวด ทางด้านซ้าย ก็ไสเจ้า อันติ๊ด

เข้าขวางที่กลางลำ......ทุกอย่างนิ่งไปประมาณ 5 วินาที

ภาพตรงหน้าผม ขณะนี้คือ แท็กซี่มีหนวด กับกระบะแวน ที่มีหญิงไม่ประสงค์ออกนาม แต่ประสงค์เลี้ยวขวาท่าเดียว ประจันหน้าชนิดกันชนเกือบแตะกัน โดยมีรถที่รอเลี้ยวซ้าย จอดรอ ...หมดสิทฺมุดด้วยประการทั้งปวง สำหรับกระบะ ...ถอยทางเดียวเท่านั้นสำหรับเธอ แล้วรถที่ตามเธอมาก็ใช่น้อย.. ส่วนผม ถูกหญิงสาวหน้าใส เบียดทางด้านขวา จนต้องปล่อยให้เธอปาดหน้า ผ่านไป

ผมเคลื่อนผ่าน จุดวิกฤต กลางแยกอย่างช้าๆ พร้อมภาพผู้หญิงในรถกระบะ ทำปากบ่นอะไรไม่รู้ ..ทั้งที่ไม่ควรบ่น ประเภทผิดไม่สำนึก

หลังจากนั้นผมก็นึกมาเรื่อยๆว่าคนขับรถ ..ทำไม?

- ทำไมแม่สาวหน้าตาดีใน เซฟิโร่ ถึงเบียดผมมาทางขวา ซึ่งถ้ามีรถสวนมา จะทำไง ? แล้วยังมีหน้ามาปาดหน้ารถผมอีก

- ทำไม่รถคันข้างหลังผม ถึงบีบแตรไล่ ผมใจดีเกินไป หรือเค้ารีบ เกินไป

- แท็กซี่มีหนวด ทางด้านซ้าย ทำไมถึงกล้าหาญ ไสรถไปปิดมุมแหลมนั่น ไม่กลัวชนประสานงาหรอ? ทั้งที่สุดท้ายผ่านแยก เค้าก้อต้องออกขวา ปาดหน้าผมอยู่ดี

- ทำไมคุณผู้หญิงในรถกระบะ ถึงกล้าดี และรีบร้อนเลี้ยวขนาดนั้น รู้ทั้งรู้ว่า มันเหมือนกับการขับรถย้อนศรในกรุงเทพ และบ่นทำไม?

สุดท้าย ผมก็ถึงที่หมาย ผมไม่รู้ใครผิดถูก มากน้อย แต่

ถ้าแบ่งวรรณะจากการใช้ถนน ผมคงอยู่ในวรรณะที่ดี กว่าการแบ่งจากรถแน่ๆ

ทำไมเราต้องเอาเงินเป็นล้าน มาเสี่ยงบนถนน เงินเป็นล้าน หรือหลายล้าน ที่แลกเป็นรถหรู มันไม่ได้ทำให้ใครดูดีขึ้นหรอกผมว่า ถ้าทำนิสัยไม่เข้าท่าบนถนน

อย่าน้อยถ้าใครได้อ่าน เรื่องนี้แล้วขับรถด้วย ช่วยผมหน่อยนะครับช่วยเอานำใจที่พวกเรามี แลกความมักง่าย และเห็นแก่ตัว ของคนบนท้องถนน อย่างน้อยผมจะได้ไม่ต้องด่าพวกเดียวกันเอง..แฮะ ๆ

4 AG-E2007

13 Feb 2007

2007/Jan/18

เมื่อก่อน ผมเองพอจะมีเวลาว่างเช้า-เย็น ประกอบกับความที่อยากได้รถไว้ใช้สักคัน ...แต่เงินน้อย ไม่อยากเอาเงินเดือนที่ไม่ค่อยจะพอใช้อยู่แล้วมาผ่อนก็เลยไปดาวน์ แท็กซี ที่ต้องใช้คำว่าโ---ร เก่ามาคันนึง จัดแจงดูแลสภาพ ก็ขับรับผู้โดยสาร หาค่าผ่อน ขับพาเด็กๆ ไปเที่ยวเล่น เดินซื้อของ ก็พอโอเคนะ ผมก็เลยได้อาชีพ คนขับแท็กซี่ มาอีกหนึ่งนอกจาก หน้าที่.ที่เป็นงานประจำ

นอกจาก ได้ค่าผ่อนรถ บวกค่าขนมเด็กๆอีกวันละ ไม่น้อยกว่า 2-3 ร้อยบาท/วัน ด้วยอาชีพ คนขับแท็กซี่ทำให้ได้เห็น ชีวิตอีกด้าน ได้รู้จักคนอีกมุม ...มองจากรายได้ก็ถือว่าโอเค...ถูกเหยีอด จากผู้มีอุปการคุณบ้าง กะอีแค่คนขับแท็กซี่ ..ช่างเหอะ คิดซะว่าเดี๋ยวก็ลงแล้ว คงไม่โชคร้ายเจอกันอีกครั้งบนรถผม...5 5 5...

วันนึง ผู้หญิงวัยกลางคน ขึ้นรถผม ตอนบ่ายๆ แกเล่าถึงความภูมิใจ แต่ก็เจือความห่วง ปนกังวล ในตัวลูกสาว เกรงว่า จะเข้าเรียน แพทย์ ไม่ได้ ฟังจากที่คุณน้าเล่า ลูกสาวแกเรียนเก่งนะ...แหม.. ก็เธอเรียนเกรด เฉลี่ยเกือบ 4 ...แต่ผมแค่จบก็หรูหรา แม่เอาไปคุย 3บ้าน 8 บ้าน ได้แล้ว

แต่อย่างหนึ่งที่ติดค้างและคาในใจผมถึงทุกวันนี้ คือ เหตุผลที่คุณป้าอยากกลายเป็น แม่หมอ .. บางอ้ออยู่แค่ เปิดคลีนิค รายได้งาม สะพานความมั่งคั่ง รออยู่เห็นๆ ...หากลูกสาว... เข้าเรียนแพทย์ได้... หลังจากนั้นผมก็ได้แต่ฟัง.. ยิ้ม แล้วก็...ครับ จนส่งคุณน้าถึงที่หมาย

อันที่จริงผมน่าจะลืมคุณน้า และเรื่องลูกของเธอไปแล้ว แต่ นักเรียนแพทย์เกเรชื่อ ฮูโต๋ ในละครช่อง3 เรื่อง ต่างฟ้า ตะวันเดียว ทำให้ผมหวนคิดถึงคุณน้าผู้มีอุปการะคุณ กับ โชเฟอร์แท็กซีคันเก๊าเก่า....อีกครั้ง

ใครไม่ได้ชม ผมจะย่อโดยสังเขป...เรื่องนี้ ครอบครัวพระเอก เป็นแพทย์ใหญ่ ชื่อดัง เป็นมือมีดฝ่าตัด ระดับมือวางอันดับต้นๆ ส่วนฝ่ายนางเอก ที่บ้านทำธุรกิจเกี่ยวกับ.....(ซักอย่าง..import-export ประมาณนี้.....เหตุการณ์เข้มข้นเมื่อทั้งคู่ไปอยู่ที่บ้านโปงช้างแดงในฐานะ หมอ (โดยบังเอิญ)และครู โดยตั้งใจ

บ้านโป่งช้างแดง มีวิถีความเชื่อ ข้นในภูมิปัญญาท้องถิ่น และงดงามตามธรรมชาติ ขณะที่ พ่อ อยากให้ลูก สานต่อความมั่งคั่งในการทำธุรกิจ มากกว่าที่จะฝังตัวเองและอนาคตไว้ กับความล้าหลังของ โป่งช้างแดง

เรื่องที่ทำให้ผมย้อนคิดคือตอนอวสาน ที่พระเอกถูกคนร้ายยิงที่หัวใจ คนเดียวเท่านั้นที่จะช่วยพระเอกได้คือ พ่อพระเอก อดีตมือผ่าอันดับ1 ที่ทิ้ง มีดเพื่อชีวิต ..ไปจับมีดเพื่อความงาม นานนับ า10ปีแล้ว

....ท้ายสุดพ่อพระเอก ก็ตอบตัวเองได้ว่า ... หน้าที่ ของหมอ คืออะไร ?

กลับมาที่ชีวิตจริง ผมรู้สึกเสียใจ และหมดหวังยังไงไม่รู้ หากคนที่เรียน ทำงาน จะละเลย จรรยาบรรณแห่งวิชาชีพ แล้วเพียงแค่หวังว่า นี่คือโอกาส ที่จะทำเงินได้ในอนาคต

ผมไม่ได้โกรธลูกคุณป้าคนนั้น แค่วังเวงใจในความคิดของคนเป็นแม่....แค่นั้นเอง...หวังว่าถ้าเธอได้เรียนแพทย์สมใจคุณป้า..ป้าที่อยากเป็น

แม่หมอ..และหาก ตอนนี้เธอเป็นแพทย์จริงๆ...ผมได้แต่หวัง ว่าเธอคงยึดมั่นในจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพของที่แพทย์ หรือ หมอ..เพื่อรักษาชีวิตคนไข้..คนต้องเจ็บ ต้องป่วย...และคนอีกไม่น้อย..ที่เลือกหมอไม่ได้ครับ ..อย่างน้อยผมก็คนนึง

ผมไม่ได้ว่าหมอนะ เป็นแค่ตัวอย่าง..ที่เกิดขึ้น ที่เห็น ระหว่างชีวิตจริงบนถนน และคนในละคร....บางที่ชีวิตไม่จำเป็นต้องรอจุดเปลี่ยน เหมือนในละครหรอก... ทำเต็มที่ ซื่อสัตย์ และคงไว้ตามความงดงามของจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพ จะทำอะไรก็ดูเป็นคนมีคุณค่าแล้วหล่ะครับ....

โลกความจริงอาจมีคนโยนศักดิ์ศรีของตัวเอง ลงชักโครกไปแล้ว อาจหาจรรยาบรรณไม่เจอ เพราะเงินกองใหญ่มันทับไว้จนแบนแต๊ดแต๋ ... และจริงยิ่งกว่านั้น คือ..อย่าว่าแต่ รับไม่ได้ เลย รู้จักก็ไม่ได้ ผมขยะแขยงครับ

Taxi Meter = แท็กซี่ มีเธอ

5 สิงหาคม 2549

2007/Jan/18

ค่ำที่ดาวเต็มฟ้า แต่ว่าไม่แออัดด้วยวัตถุไปไว ราคาเรือนล้านบนถนน ผมคิดอะไรไปเรื่อย ตั้งแต่เรื่องมาลัยในมือ ที่ถือโดยเด็กตัวเล็กๆตามสี่แยก เตลิดไปไกลไถลถึงเรื่องการเมือง ....ถึงข่าวที่ออกมาตามสื่อต่างๆว่าใครดี ไม่ดี จริงหรือเปล่า ที่ได้ข่าวมา.....ฯ

สองสามเดือนที่ผ่านมา ช่วงที่การเมืองยังวุ่นๆ เลยถือโอกาสติดตามข่าวเรื่องการเมือง จะว่าตามกระแสคงไม่ผิดนัก พอตามถึงระดับนึง..ไม่ค่อยแน่ใจว่า เรื่องที่อยากรู้ มีเรื่องไหนเป็นเรื่องจริง เรื่องไหนโกหก เรื่องไหนเป็นเรื่องให้ร้าย เรื่องไหนเป็นเกมส์ ..ดูมาก อ่านมาก ชักเกิดออกอาการสับสน ปนลังเล...ถามตัวเอง..แล้วจะเชื่อใครเนี่ยยย...ยย....ใครนะมาสอนเรา ว่ารับข้อมูลมากๆ จะฉลาดขึ้น...เฮ้อ..อ.อ

ผมเพิ่งแยกตัวจาก เพื่อนรุ่นพี่คนนึง..ที่รู้จักกันมา เกิน10 ปี เราดีต่อกันและกัน ในวันที่เราแย่ แกคอยดูแล สอนความรู้ สอนวิธีคิด สอนให้ทำ สอนให้รู้จักชีวิต ในวันข้างหน้า..ในวันที่พี่แกล้มเหลว เราเป็นกำลังใจ ให้โอกาสเล็ก ๆ เท่าที่เด็กตัวน้อยๆ อย่างผมจะให้ได้...สัมพันธภาพเดินอยู่บนความเกรงใจในกันและกัน ถ้อยที่ถ้อยอาศัย ช่วยๆกันไป ให้ความเคารพ และต่างชื่นชมกัน ในฐานะคนทำงาน ฐานะพี่ ฐานะน้องน้อง

ผู้ชายที่ มีปูมประวัติอันยาวนาน ประสบการณ์โชกโชน...ผู้ชายที่เป็นทั้งพระเอกและผู้ร้ายในสายตาของหลายคนทีรู้จัก...ผู้ที่ทำธุรกิจตัวเองเจ๊งกับมือ...เป็นผู้บริหาร บริษัทมหาชน ที่ลูกน้องตัวเองบอกว่า ขี้โกง ทุจริต , เป็น Creative ตัวฉกาจ , เป็นนักธุรกิจที่บกพร่องในการจัดการเรื่องเงิน ,เป็นพี่ชายใจดี หากว่ามี มักไม่เคยปฏิเสธความช่วยเหลือ คนรอบข้าง แม้ไม่เอ่ยปากขอ , ผู้ชายที่ล้มเหลวกับครอบครัว ถึง 2 ครั้ง 2 คราว... และ .......ฯ ล ฯ

ภาพในอดีตของพี่ชายคนนี้ หลายคนที่รู้จัก มักจะคบแล้วไม่สนิทใจ หรือบางคนอาจพาลไม่คบ หรือคบแล้วเลิกคบก็มี บางที่ยังไม่ทันเห็นหน้า..ประตูแห่งมิตรภาพก็ถูกล๊อคตายชนิดถาวรไปแล้ว

เรื่องการเมืองวุ่นๆ เรื่องพี่คนที่ผมรู้จัก ทำให้ผมแอบเอามาเปรียบเทียบกันอย่างช่วยไม่ได้ จะต่างกันตรงที่ การเมืองเรื่องประเทศเรา ผมได้แค่อ่าน ๆ ๆ ๆและก็อ่าน....เรื่องพี่คนนั้น เป็นคนที่ผมรู้จัก ..แต่ทั้ง 2 เรื่อง คือเรื่องที่เป็นความรู้สึกว่า..ถ้าต้องตัดสินใจซักอย่าง เราจะเชื่อข้อมูลที่เรามีได้หรือเปล่า เราจะตัดสินใจได้อย่างยุติธรรมพอมั้ย

การได้สัมผัส ด้วยตัวเองในความเป็นคน..คนหนึ่ง การได้เรียนรู้ ในกันและกัน ..รับรู้ด้วยสัมผัสทั้ง 5 คงเป็นเรื่องง่ายกว่าในการที่จะบอกว่าใครเป็นยังไง..ดี ..ไม่ดี

ผมแอบสร้างความกังขา เพื่อหาคำตอบในอนาคตให้กับตัวเองว่า..คนที่เคยทำเลวมาตลอดทั้งชีวิต ถ้าวันนี้เค้าบอกว่า เค้าเปลี่ยนตัวเองเป็นคนดีแล้ว....จะเชื่อมั๊ย?.ว่าเค้าจะเป็นคนดี และกลับกัน ...คนที่ทำดีมาทั้งชีวิต แล้วทำเลวหนึ่งครั้ง...ยังจะเชื่อว่าเค้าเป็นคนดีอยู่หรือเปล่า?

ค่ำคืนหลังได้เจอกันคุยสัพเพเหระ ทั้งอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ..ผมรับรู้ได้ว่า แกยังเป็นพี่ชายคนเดิม ที่มีดีมีเลว ปนกันไป ที่ผมไม่จำเป็นต้องฝืนใจที่จะยอมรับนับถือว่า ดีคนนึง ซึ่งอันที่จริง ผมสรุปไปนานแล้ว

การเมืองคงยากเกินกว่าผมจะเข้าใจง่ายๆ เพราะวันนี้ผมรู้สึกไม่เชื่อในสื่อแบบแบ่งข้างซะแล้ว... แม้จะมีเวลา พอสมควร เพื่อเรียนรู้ว่าใคร...เหมาะที่สุด ที่ผมจะให้1คะแนนของผมในวันเลือกตั้งครั้งหน้า...แต่ผมก็ไม่แน่ใจอยู่ดี เพราะทุกวันนี้เชื่อใครยาก หากไม่รู้จักด้วยตัวเอง

ทีมข่าวการเมา

5 สิงหาคม 2549

หมายเหตุ - ผมเขียนเรื่องนี้เอาไว้ ในบรรยากาศ ที่คนส่วนใหญ่กำลัง ประท้วง อดีตนายกทักษิน และ

มีการกำหนดวันเลือกตั้ง ไว้ในเดือนตุลาคม ก่อนมีการรัฐประหาร วันที่ 19 กันยายน 2549